Manifest 2026 อยากได้อะไร ลองบอกจักรวาลดูสิ – Shelf-help EP.3

Manifest สิ่งที่ดลบันดาลชีวิตที่เราปรารถนาได้ดีที่สุดเพราะทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากความเชื่อในตัวเรา ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงช่วงเวลาสำคัญของปีอีกครั้ง นั่นคือการเริ่มต้นปีใหม่ปี 2026 หลายคนอาจกำลังนั่งลิสต์สิ่งที่อยากทำ อยากมีหรืออยากเป็นในปีใหม่นี้ แต่คุณเคยลอง “บอกจักรวาล” ให้ชัดๆ ไหมว่าคุณต้องการอะไร

วันนี้เราจะมาพูดคุยกันเรื่อง Manifestation หรือ จิตดลบันดาล ผ่านแนวคิดจากหนังสือของร็อกซี นาฟูซี  “Manifest: 7 ขั้นตอนสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา” และ “Manifest Dive Deeper: ดำดิ่งสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา” เพื่อเป็นคู่มือให้เราได้ออกแบบชีวิตที่ดีที่สุดของเราเองในปีใหม่นี้  

หลายคนอาจมองว่าจิตดลบันดาลเป็นเรื่องของเวทมนตร์หรือแค่การคิดบวก แต่คุณร็อกซี (Roxie Nafousi) บอกเราว่า จิตดลบันดาลคือ ความสามารถในการใช้พลังแห่งจิตของคุณ ในการเปลี่ยนแปลงและสร้างความเป็นจริงให้เกิดขึ้น มันคือการหลอมรวมของวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญา


Manifest หรือ จิตดลบันดาล คืออะไร

จากหลักการทางควอนตัมฟิสิกส์บอกเราว่า ทุกอย่างในจักรวาลประกอบด้วยพลังงาน และ สิ่งที่เหมือนกันจะดึงดูดกัน นั่นหมายความว่า คลื่นความถี่สูง (High-vibe) จะดึงดูดคลื่นความถี่สูงเข้าหาตัว ขณะที่คลื่นความถี่ต่ำ (Low-vibe) จะดึงดูดคลื่นความถี่ต่ำเข้าหาตัวเช่นกัน

พลังงานเหล่านั้นมาจากไหน

มาจากความคิด อารมณ์ และความรู้สึกของเรา ถ้าเราเปลี่ยนความคิด เราจะเปลี่ยนอารมณ์และความรู้สึก ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนคลื่นความถี่ทั้งหมดของเรา และท้ายที่สุดก็จะเปลี่ยนความเป็นจริงของเราได้ ร็อกซีเน้นย้ำเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นคือ จิตดลบันดาลไม่ได้เกิดจากความคิดในจิตสำนึกเท่านั้น แต่เกิดจาก ความเชื่อใต้จิตสำนึกถึงสิ่งที่เราสมควรได้รับ และความจริงก็คือ กว่าร้อยละ 95 ของความคิด ปฏิกิริยา การตัดสินใจ และรูปแบบพฤติกรรมของเรา ถูกขับเคลื่อนโดยสมองที่ทำงานใต้จิตสำนึก ดังนั้น ถ้าเราเชื่ออย่างแท้จริงว่าเรามีค่าควรได้รับอะไรบางอย่าง จักรวาลก็จะจัดสรรสิ่งนั้นมาให้

หนังสือทั้งสองเล่มเขียนโดย ร็อกซี นาฟูซี (Roxie Nafousi) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตดลบันดาล โดยมีชื่อเต็มว่า “MANIFEST: 7 ขั้นตอนสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา”  และ “MANIFEST DIVE DEEPER: ดำดิ่งสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา โดยความแตกต่างที่สำคัญของทั้งสองเล่มคือ เล่มส้มทำหน้าที่เป็นการแนะนำแนวทาง 7 ขั้นตอน สู่จิตดลบันดาลที่ผู้เขียนค้นพบ รวมทั้งมี howto อย่างเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่หัดเข้าวงการ และเล่มน้ำเงินถูกออกแบบมาเพื่อพาผู้อ่าน “ดิ่งลึกยิ่งขึ้น” สู่การฝึกฝนจิตดลบันดาล

Manifest
Manifest

หากคุณหลงรักแนวคิดนี้อยู่แล้ว หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณมีความเข้าใจแนวปฏิบัตินี้อย่างลึกซึ้งขึ้น เน้นไปที่ การเยียวยาภายใน เพื่อปลดปล่อยศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของคุณออกมาอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการ บ่มเพาะและฝึกฝนการรักตนเอง ในฐานะสิ่งที่คอยสนับสนุนให้ทุกขั้นตอนมีความแข็งแกร่ง สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้พิเศษคือ การมีแบบฝึกหัดมาเติมเต็ม แบบฝึกหัดเหล่านี้จะช่วยให้ผู้อ่านได้ทบทวนตนเอง ตระหนักถึงคุณค่าในตัวเอง และขัดเกลาทักษะเพื่อเสริมพลังในการฝึกฝนจิตดลบันดาล

สิ่งที่ชอบมากจากเล่มแรกคือ  เทคนิคการสร้าง “วิชั่นบอร์ด” ที่ทำางานจากระดับจิตสำนึกสู่ระดับจิตใต้สำนึก  แล้วสนุกแถมเห็นภาพอนาคตชัดเจน แล้วเล่มสองผู้เขียนยังแนะนำให้ทำวิชั่นบอร์ดเสร็จแล้ว ให้นำวิชั่นบอร์ดไปเก็บไว้ให้พ้นตา และใช้เทคนิคการเขียนไดอะรี่เพื่อทำให้มันซึมลงสู่ระดับจิตใต้สำานึก ซึ่งเป็นคำตอบสำหรับคำถามที่ผู้เขียนถูกถามบ่อยว่า ทำไมต้องนำวิชั่นบอร์ดไปเก็บ


Manifest ต้องมองภาพให้ชัดเจน

การจะเริ่มต้นใช้จิตดลบันดาลให้ได้ผล คุณต้องเริ่มด้วยขั้นตอนแรก นั่นคือ มองภาพให้ชัดเจน ร็อกซีเปรียบเทียบการทำจิตดลบันดาลเหมือนการเดินทาง เราไม่อาจไปถึงจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมุ่งหน้าไปไหน ความคลุมเครือไม่เพียงพอ ยิ่งมีรายละเอียดเยอะยิ่งดี

คุณต้องสร้างวิชั่นบอร์ด (Vision Board) ที่เป็นรูปธรรมของชีวิตที่คุณอยากให้เป็น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการลิสต์สิ่งของหรือตำแหน่งงานคือ การระบุว่า คุณอยากให้ชีวิตรู้สึกอย่างไร

• คุณต้องการรู้สึกอย่างไร  ลองคิดว่าตัวตนของคุณในอนาคตที่เปี่ยมพลังนั้น รู้สึกอย่างไร ทางร่างกาย อารมณ์ และพลังงาน คุณสามารถ Manifest ความรู้สึกได้แน่นอนค่ะ

• ใช้จินตภาพ: การสร้างจินตภาพ (Visualization) คือเครื่องมือทรงพลัง เมื่อคุณนึกภาพถึงเป้าหมาย สมองจะตอบสนองราวกับสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง และ ยิ่งเราสร้างความรู้สึกที่ได้ถือครองสิ่งที่เราต้องการได้เข้มข้นเท่าไร มันจะยิ่งเข้ามาหาเราง่ายขึ้นเท่านั้น

ลองถามตัวเองว่า “ตอนไหนบ้างที่คุณรู้สึกพึงพอใจ สมใจ และสงบสุขที่สุด?” เมื่อคุณตอบคำถามนี้ได้ คุณจะเริ่มเข้าถึง แก่นแท้ของสิ่งที่ทำาให้คุณมีความสุขมากที่สุด และนั่นคือ “ความรู้สึก” ที่คุณควรใช้การจิตดลบันดาลในปี 2026 จำไว้ว่า “ทุกอย่างที่คุณจินตนาการได้คือความจริง” และ “ฝันให้ไกลและอย่าได้ยั้ง”


อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด: ความกลัวและการรักตนเอง

เมื่อคุณเริ่มตั้งเป้าหมายใหญ่ ความกลัวและความกังขาจะเริ่มส่งเสียงดังขึ้นมาทันที ความกลัวและความกังขาคือสองสิ่งท่ีปิดก้ันเราจากความฝันของเรา มันมาในรูปของความรู้สึกไม่มั่นใจ ความเชื่อที่บั่นทอน และความรู้สึกว่าเราไม่ดีพอ

ร็อกซีพบว่า การรักตนเองคือพลังขับเคลื่อนเบื้องหลังจิตดลบันดาล ถ้าปราศจากการรักตนเอง จิตดลบันดาลก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ การรักตนเองไม่ใช่ขั้นตอนหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่คอยสนับสนุนให้ทุกๆ ขั้นตอนแข็งแกร่ง เมื่อเรารักตัวเอง เรากำลังแสดงให้จักรวาลเห็นว่า เราเชื่อว่าเรามีค่าควรได้รับสิ่งใด

• เยียวยาบาดแผล ไม่ใช่ที่อาการ: ความกลัวและความกังขาส่วนใหญ่มักเกิดจาก บาดแผลในอดีตที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา เราต้องตระหนักรู้ว่าการตอบสนองหรือเรื่องราวที่เราคิดนั้น อาจไม่จำาเป็นต้องสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเสมอไป การที่เรานำาประสบการณ์ในอดีตออกมาสู่แสงสว่าง จะทำาให้มันไม่สามารถส่งอิทธิพลต่อเราโดยที่เราไม่รู้ตัวอีกต่อไป

• การเมตตาต่อตนเอง: การรักตนเองคือการ หยิบยื่นความเมตตา การอดทนรอ และการให้อภัยแก่ตัวเราเอง ในระดับเดียวกับที่เราส่งมอบให้แก่ผู้อื่นอย่างเต็มที่ หากเราปฏิบัติกับตัวเองเหมือนปฏิบัติต่อเด็กเล็กๆ ที่ต้องการความรักและความใจดี จะช่วยผลักดันให้เราก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยและเติบโตได้

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังติดขัดในการใช้จิตดลบันดาลเป้าหมาย ลองถามตัวเองว่า คุณกำลังยอมตกลงรับสิ่งที่ด้อยกว่าที่คุณคู่ควรหรือไม่ เพราะการยอมรับสิ่งที่ด้อยกว่านั้นบอกจักรวาลว่าเราไม่เชื่อว่าเรามีค่าควร


การลงมือทำ: ปรับพฤติกรรม

จิตดลบันดาลไม่ใช่เรื่องของการอยู่เฉย ๆ มันต้องมีการลงมือทำจริงๆ การปรับพฤติกรรม หมายถึง การแสดงให้จักรวาลได้เห็นสิ่งที่เราเชื่อว่าเราสมควรได้รับด้วยการลงมือปฏิบัติ เนื่องจากการประพฤติปฏิบัติของเราคือการสะท้อนคุณค่าในตัวเองออกมาโดยตรง

• แกล้งทำามันไปจนคุณจะกลายเป็นสิ่งนั้น: ร็อกซีแนะนำาให้เรา สวมบทบาทตัวตนของคุณในอนาคต และเริ่มทำาให้เป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ตอนนี้ ลองถามตัวเองว่า “ตัวตนที่เปี่ยมพลังที่สุดของคุณจะทำาสิ่งใดในแต่ละวัน” แล้วให้เริ่มทำาสิ่งนั้นตั้งแต่วันนี้

• ก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย: นี่คือสิ่งที่ไม่อาจต่อรองได้ ในเส้นทางจิตดลบันดาล จิตใต้สำนึกจะรู้สึกสบายใจกับสิ่งคุ้นเคย ซึ่งอาจทำให้เราขัดขวางความสำาเร็จของตัวเอง คุณต้องอดทนกับความอึดอัดขัดข้อง เพราะเวทมนตร์จะปรากฏนอกพื้นที่ปลอดภัยของเรา

• คิดแล้วทำเลย: เพื่อเอาชนะนิสัยผัดวันประกันพรุ่งที่เกิดจากความกลัว คุณต้องสร้างนิสัย “คิดแล้วทำเลย” อย่าปล่อยให้สิ่งต่างๆ ค้างคา เพราะการลงมือทำาทันทีเป็นการให้เกียรติตัวตนในอนาคตของเรา


ปล่อยวางและไว้วางใจในจักรวาล

เมื่อคุณได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน รักตัวเอง และปรับพฤติกรรมเพื่อแสดงให้จักรวาลเห็นว่าคุณคู่ควรแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ การไว้วางใจในจักรวาล ความไว้วางใจคือความเชื่อและความศรัทธาอันไม่แคลนคลอน ว่าสิ่งที่เราปรารถนาที่สุดกำลังมาหาเรา

• การยอมตาม (Surrender): จิตดลบันดาล ไม่ใช่ เรื่องของการควบคุมอนาคต แต่เป็นการ ยอมตาม ต่อการเดินทางที่จะพาเราไปสู่จุดนั้นในท้ายที่สุด ยิ่งเราพยายามบังคับให้สิ่งต่างๆ เข้าที่เข้าทางมากเท่าไร เราก็ยิ่งไป ขัดขวางกระแสพลังงาน

• จังหวะเวลาอันเหมาะสม (Divine Timing): ความไม่อดทนรอคือศัตรูของจิตดลบันดาล การไว้วางใจในจังหวะเวลาอันเหมาะสมก็คือการเชื่อว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผล และทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ควรเป็น

• เปลี่ยนความริษยาเป็นแรงบันดาลใจ : การไว้วางใจนั้นรวมถึงการเชื่อใน หลักคิดเรื่องความอุดมสมบูรณ์ เมื่อคุณเห็นความสำเร็จของคนอื่น แทนที่จะริษยา (ภาวะโลว์ไวบ์) คุณต้องเปลี่ยนมันเป็น แรงบันดาลใจ (ภาวะไฮไวบ์) เพราะการเชื่อว่าสิ่งดีงามมีมากพอสำหรับทุกคน จะทำให้เราได้รับความอุดมสมบูรณ์กลับมา

• โอบรับความสำนึกรู้คุณ : ความสำนึกรู้คุณคือ แม่เหล็กดึงดูดสิ่งอัศจรรย์ เมื่อเราแน่ใจว่าสิ่งที่เราต้องการจะเกิดขึ้น เราก็จะสามารถ ปล่อยวางความวิตกกังวลได้ และหันมาดื่มด่ำกับความสำนึกรู้คุณอย่างเต็มหัวใจกับทุกสิ่งที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน


Manifestation คือวิถีของการใช้ชีวิต มันคือการรู้ว่าเราต้องการอะไร และการ ปลดปล่อยตัวตนท่ีดํารงอยู่ของคุณในรูปแบบท่ีทรงพลัง เปี่ยมแรงดึงดูด และมีความเชื่อมั่นสูงสุด

ถ้าวันนี้คุณกำลังมองไปยังปี 2026 ด้วยความหวัง ขอให้คุณเชื่อมั่นในสิ่งนี้

คุณมีพลังที่จะดลบันดาลสิ่งนั้นด้วยตัวคุณเอง
เพราะคุณมีเพียงชีวิตเดียว 
หน้าที่ของเราคือการทำให้ชีวิตนี้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

สำนักพิมพ์ howto


บทความอื่นๆ ที่เราแนะนำให้อ่าน

Shelf-help EP.01 : Self-esteem 101 ปูพื้นฐานวิชาการเห็นคุณค่าในตนเอง

ผลงานจาก Haemin Sunim ที่จะเปลี่ยนชีวิตตลอดกาล

Visualise พลิกชีวิตด้วย ‘เทคนิคคิดเป็นภาพ’

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Like
Close
Copyright © 2022
บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)
Close